· อัปเดต

ลูกค้าหาย 30 วัน โอกาสกลับมาเหลือเท่าไหร่ และควรทำยังไง

ลูกค้าไม่ได้ตั้งใจจะเลิกมา แค่ไม่มีเหตุผลพอที่จะกลับ

ลูกค้าหาย 30 วัน โอกาสกลับมาเหลือเท่าไหร่ และควรทำยังไง

ลูกค้าหาย 30 วัน โอกาสกลับมาเหลือเท่าไหร่ และควรทำยังไง

ลูกค้าที่เคยมาทุกสัปดาห์หายไปอย่างเงียบๆ โดยไม่บอกสาเหตุ นี่คือสิ่งที่เจ้าของร้านอาหารส่วนใหญ่เคยเจอ และส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไร เพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครหายไปแล้ว

มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ถ้าลูกค้าหายไปครบ 30 วัน โอกาสที่เขาจะกลับมาเองโดยที่ร้านไม่ทำอะไรเลยจะเหลืออยู่ประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหายไปครบ 60 วัน ตัวเลขนั้นจะลดลงเหลือไม่ถึงครึ่ง การรู้จังหวะนี้คือความต่างระหว่างการwin back ลูกค้าได้กับการสูญเสียเขาไปโดยถาวร


ทำไมวันที่ 31 ถึงเป็นจุดวิกฤตที่ไม่ควรปล่อยผ่าน?

ลูกค้าหาย 30 วัน โอกาสกลับมาเหลือเท่าไหร่ และควรทำยังไง (1)

30 วันคือช่วงเวลาที่พฤติกรรมของคนเริ่มเปลี่ยน ถ้าลูกค้าที่เคยมาทุกสัปดาห์หยุดมาโดยไม่มีสัญญาณ อะไรบางอย่างเปลี่ยนไปในชีวิตเขา ไม่ว่าจะเป็นการเจอร้านอื่นที่ถูกใจกว่า ย้ายที่ทำงาน หรือแค่เปลี่ยนนิสัยการกินโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในช่วง 30 วันแรกที่เขาหายไป ความทรงจำเกี่ยวกับร้านยังอยู่ มีโอกาสที่เขาจะนึกถึงและกลับมาเองถ้าได้รับแรงกระตุ้นที่ถูกต้อง แต่เมื่อเลยไปกว่านั้น ร้านอาหารอื่นที่เขาลองช่วงนั้นก็เริ่มกลายเป็นนิสัยใหม่แทน การรอให้เกินกว่า 30 วันจึงไม่ใช่แค่การเสียเวลา แต่คือการปล่อยให้คู่แข่งสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับลูกค้าของร้านเราแทน


รู้ได้ยังไงว่าลูกค้าคนไหนกำลังจะหาย ก่อนที่จะสายเกินไป?

ร้านที่ไม่มีระบบติดตามลูกค้ามักรู้ได้แค่ว่า "เหมือนช่วงนี้เงียบลง" ซึ่งเป็นการมองภาพรวมที่ไม่ได้บอกว่าใครหายไปและหายไปนานแค่ไหน แต่ร้านที่มีข้อมูลลูกค้าสะสมอยู่ในระบบจะรู้ได้แบบ real-time ว่าลูกค้าคนนี้ปกติมาทุก 7 วัน แต่ตอนนี้ไม่มาแล้ว 21 วัน

แนวคิดที่ใช้กันในระบบ CRM ที่ดีคือการตั้ง "เกณฑ์แจ้งเตือน" ที่เหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน ลูกค้าที่มาทุกสัปดาห์ก็ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 14 วัน ลูกค้าที่มาทุกเดือนก็ตั้งไว้ที่ 45 วัน เมื่อเลยเกณฑ์ ระบบแจ้งเตือนให้ร้านรู้ ไม่ใช่รอให้ร้านนึกขึ้นมาเองซึ่งมักจะนึกไม่ออกอยู่แล้ว

อยากรู้ว่าทำไมลูกค้าใหม่ถึงไม่กลับมาตั้งแต่แรก อ่านเพิ่มได้ที่ สถิติสุดช็อค! เมื่อลูกค้าใหม่ 7 ใน 10 ไม่กลับมา แก้ยังไงให้กลับมาซ้ำ


วิธี win-back ที่ได้ผลจริง ควรทำอะไรและทำยังไง?

ลูกค้าหาย 30 วัน โอกาสกลับมาเหลือเท่าไหร่ และควรทำยังไง (2)

แคมเปญwin back ลูกค้าที่ได้ผลมีหลักง่ายๆ คือ "ต้องให้เหตุผลที่ดีพอที่จะกลับมา" และเหตุผลนั้นต้องรู้สึกเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ข้อความ mass ที่ส่งหาทุกคนเหมือนกัน ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงเช่น ถ้าลูกค้าหายไป 20 วัน ส่ง LINE ว่า "นานแล้วที่ไม่เจอ มีเมนูใหม่ที่คิดว่าถูกใจ อาทิตย์นี้มีโปรพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า" ข้อความแบบนี้ให้ความรู้สึกว่าร้านนึกถึงเขา ไม่ใช่แค่ยิงโปรโมชั่นสุ่มหาใครก็ได้

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องส่งในเวลาที่เหมาะสม ถ้าลูกค้ามักมาช่วงกลางวันวันพุธ การส่งข้อความวันอังคารเช้าจะได้ผลมากกว่าการส่งวันเสาร์ดึก ข้อมูลพฤติกรรมจากระบบจะช่วยบอกได้ว่าช่วงเวลาไหนที่เขามักตอบสนองมากที่สุด ทำให้ทุกข้อความที่ส่งออกไปมีโอกาสสูงกว่าการส่งแบบเดาสุ่ม

อยากรู้ทันทีเมื่อลูกค้าประจำเริ่มหายไป ไม่ต้องรอให้สาย ดู ฟีเจอร์ CRM ของ Jello Ducks ที่แจ้งเตือนคุณก่อนที่ลูกค้าจะจากไปจริงๆ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ควรส่ง win-back message กี่ครั้ง และถ้าไม่ตอบสนองควรทำยังไง?

โดยทั่วไปแนะนำ 2 ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลา 30 วัน ถ้าส่ง 3 ครั้งแล้วยังไม่มีการตอบสนองเลย อาจถึงเวลาที่ต้องยอมรับว่าลูกค้าคนนั้นตัดสินใจไปแล้ว การส่งซ้ำมากเกินไปจะกลายเป็นการรบกวนและทำให้เขาบล็อก LINE ซึ่งแย่กว่าการที่เขาไม่มาอีก

Q: ควรให้ส่วนลดแค่ไหนในการดึงลูกค้ากลับมา?

ไม่จำเป็นต้องลดมาก งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกค้าพบว่าความรู้สึกว่า "ร้านนึกถึงฉัน" มีน้ำหนักมากกว่าส่วนลด 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ในหลายกรณี ถ้าต้องให้ส่วนลด ควรให้เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับเมนูที่เขาชอบจริงๆ มากกว่าส่วนลดรวม


ระบบที่ช่วยให้รู้ว่าลูกค้าคนไหนกำลังจะหายคือ CRM อ่านว่ามันทำงานอย่างไรได้ที่ CRM ร้านอาหารคืออะไร ช่วยให้รู้จักลูกค้าได้ยังไงบ้าง

และถ้าลูกค้ายังไม่ถึงขั้นหาย แต่ตั้งแต่แรกก็ไม่ค่อยกลับมา อ่านแนวทางแก้ได้ที่ ลูกค้าใหม่ 7 ใน 10 ไม่กลับมา แก้ยังไงให้กลับมาซ้ำ

แชร์บทความ:

บทความอื่นๆเพิ่มเติม

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม